|
|
| วัดสวนแก้ว |
|
ดูแผนที่การเดินทางไปวัดสวนแก้ว พระพยอมและเพื่อนพระภิกษุอีก 2 รูป ได้เดินทางมากราบหลวงพ่อเทียน เพื่อขอทำโครงการ บวชเณรภาคฤดูร้อน เมื่อเสร็จแล้วก็จะลากลับสวนโมกข์ หลวงพ่อเทียนท่านได้อนุญาตให้พำนักและ ยังได้ช่วยสนับสนุนงานบวชเณรภาคฤดูร้อนด้วย โดยช่วยเป็นพระพี่เลี้ยงให้ พอมาในปี พ.ศ. 2522 หลวงพ่อเทียนได้ติดต่อมอบหมายให้พระพะยอมและเพื่อนภิกษุเป็นผู้ดูแลรักษาวัดต่อไป เนื่องด้วยหลวงพ่อเทียนนั้นดำริจะเดินทางกลับจังหวัดเลย ดังนั้น ณ วัดแก้วนี้ พระพยอมจึงได้ทำการพัฒนาพื้นที่ของวัดและเตรียมจำลองสวนโมกขพลารามให้เกิดขึ้นในเมือง ตามคำที่ท่านพุทธทาส เคยปรารภเมื่อคราวที่ยังศึกษาธรรมอยู่ที่สวนโมกข์ พระพะยอมได้ทุ่มเทชีวิตและจิตใจเพื่อการบูรณะวัดอย่างเต็มที่ โดยได้นำทรัพย์ส่วนตัวมาพัฒนาวัดแก้ว และภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็น วัดสวนแก้ว เมื่อพัฒนาวัดจนเหมาะสมกับสภาพสิ่งแวดล้อมของวัดแล้วจึงมุ่งเผยแพร่พุทธศาสนา อีกครั้งหนึ่ง พ.ศ. 2529 เป็นปีที่พระพยอมรับกิจนิมนต์มากทำให้ทราบถึงปัญหาต่าง ๆ ของคนระดับกลางลงมาซึ่งต้องยอมรับว่า บุคคลเหล่านี้ มีพฤติกรรมที่หลงใหล ใฝ่ต่ำเรื่องเพศ เรื่องเหล้า เมายา ไม่มีสมองที่จะคิดพัฒนาใดๆ เท่าที่ควร ทำให้พระพยอมตัดสินใจที่จะช่วยบุคคลเหล่านี้ ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พระพะยอมจึงได้รวบรวม ทุนทรัพย์ส่วนตัว ซึ่ง มีไม่มากนักนำมาใช้พัฒนาบริเวณวัด และหาทุนซื้อที่ดินบริเวณใกล้เคียงต่อออกไปอีก เพื่อทำเป็นมูลนิธิสวนแก้ว ทั้งนี้ เพื่อความสะดวกในการบริหารงานช่วยสังคม ปัญหาของสังคมทุกวันนี้ เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่าง ฐานะ อาชีพ ความรู้ และโอกาส ซึ่งพระสงฆ์ควรจะมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหานี้ด้วย ด้วยปณิธานที่จะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ และเผยแพร่ ศีลธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า เพื่อให้ประชาชนได้รู้จักการใช้ หลักธรรม ในการดำเนินชีวิตและแก้ปัญหาด้วยตนเอง ท่านจึงได้จัดตั้งมูลนิธิสวนแก้วขึ้น ในปี พ.ศ. 2529
โดยมีวัตถุประสงค์หลัก 6 ประการ คือ
วัดสวนแก้ว มีลักษณะของวัดป่าที่พระพยอม กัลยาโณ ได้จำลองสวนโมกขพลาราม อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี มาไว้ที่นี่ โดยตลอดทางเดินเข้าสู่ตัววัดจะร่มรื่นไปด้วยแมกไม้เขียวครึ้ม ติดป้ายคำขวัญเป็นข้อความเตือนสติ พร้อมทั้งยังมีภาพปริศนาธรรมที่สวยงามอยู่ภายในวัด มีพื้นที่การทำสวนผลไม้ พืช ผัก สมุนไพรปลอดสารพิษแบบผสมผสาน ตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ด้านหน้าวัดมีร้านขายของที่ระลึก และร้านค้าเล็กๆ มากมาย เมื่อเดินเข้าไปด้านในวัดจะพบ ลานโค้งและโบสถ์ธรรมชาติ ซึ่งในแต่ละวันจะมีพุทธศาสนิกชนมาฟังเทศน์ฟังธรรมกันเป็นจำนวนมาก ส่วนที่ถือเป็นหนึ่งไฮไลท์ของวัดนี้ก็คือ โบสถ์ธรรมชาติ ที่เป็นลานโล่ง ไม่มีผนังและหลังคา แต่มีต้นไม้ใหญ่หลายต้นทำโน้มกิ่งโค้งเข้าหากัน ทำหน้าที่เป็นผนังและหลังคาแทน ซึ่งวันไหนอากาศร้อนทางวัดก็จะพ่นไอน้ำออกมาสร้างความเย็นสบายให้แก่ผู้ที่นั่งฟังเทศน์ฟังธรรม หรือประกอบพิธีกรรมอยู่ในโบสถ์ธรรมชาติแห่งนี้ นอกจากนี้วัดสวนแก้วยังมีสินค้าขายมากมาย ไม่ว่าจะเป็นผัก ผลไม้ รวมถึงผลิตผลต่างๆ จากในวัด และที่มีชื่อเสียงมากก็คือ สินค้ารีไซเคิลคุณภาพดี ราคาถูก ที่ในแต่ละวันจะมีคนเดินทางไปเลือกซื้อสิ่งของจากที่นี่เป็นจำนวนมาก นับได้ว่าวัดสวนแก้วเป็นหนึ่งในวัดปฏิบัติที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง วัดสวนแก้ว บ้านบางเลน 11140 โทรศัพท์ :02-571-7666 , 02-595-1444 , 02-595-1946 สังกัดคณะสงฆ์ : มหานิกาย เจ้าอาวาส : พระราชธรรมนิเทศ (พยอม กัลยาโณ)
ประวัติพระพยอม กัลยาโณ ( พระราชธรรมนิเทศ ) เกิดวันที่?24 เมษายน พ.ศ.?2492 ปีฉลู บิดา นายเปล่ง จั่นเพชร มารดา นางสำเภา จั่นเพชร ภูมิลำเนา อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี การศึกษา พ.ศ.2500 เข้ารับการศึกษา ที่โรงเรียนสังวรพิมลไพบูลย์ พ.ศ.2513 อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ที่วัดสังวรพิมลไพบูลย์ พ.ศ.2514 จบนักธรรมตรี ที่วัดอัมพวัน จังหวัดนนทบุรี พ.ศ.2515 จบนักธรรมโท ที่วัดบางอ้อยช้าง จังหวัดนนทบุรี พ.ศ.2516 จบนักธรรมเอกที่วัดบางอ้อยช้าง จังหวัด นนทบุรี ชีวิตในวัยเด็ก พระพยอมเกิดในครอบครัวที่ยากจน การใช้ชีวิตจึงไม่เหมือนกับเด็กทั่วไป ในวันที่โรงเรียนหยุด หรือ ช่วงเย็นหลังจากเลิกเรียนเด็กชายพยอมจะออกหางานพิเศษรับจ้างดายหญ้าตามร่องสวน บางครั้งรับจ้างขึ้นต้นหมาก และเก็บมะพร้าวหล่นด้วยการมีไหวพริบฉลาดเฉลียว ทำให้เด็กชายพยอมคิดวิธีขึ้นต้นหมากวิธีลัด คือ ขึ้นต้นหนึ่งเสร็จแล้ว จะโหนยอดหมากไปอีกต้นหนึ่ง โดยไม่ต้องลงและขึ้นทุกต้น ทำให้ได้รับค่าแรงเพิ่มขึ้นกว่าปกติ ที่เด็กวัยเดียวกันทำได้ ในสมัยนั้นจะได้รับค่าจ้างต้นละ 3 - 5 บาท แต่เด็กชายพยอมก็มิได้เกี่ยงงานประการใด เพียงขอให้ได้รับค่าตอบแทนที่ยุติธรรม และให้สิ่งที่ได้มานั้นโดยชอบธรรมงานดายหญ้าบริเวณร่องสวน ที่เด็กชายพยอมรับจ้างนั้น จะได้รับค่าจ้างวันละ 20 - 30 บาท ด้วยความขยันขันแข็ง ความมีน้ำใจ ทำให้ชาวบ้านรักและสงสาร และมอบงานพิเศษให้ทำอยู่เสมอ วัยหนุ่ม พระพยอมไม่เคยใช้ชีวิตวัยหนุ่มเยี่ยงชายหนุ่มทั่วไป ท่านใช้จ่ายทรัพย์ที่หามาโดยสุจริต ด้วยความประหยัด มัธยัสถ์ เพื่อน ๆ ของท่านจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าตามยุคสมัย แต่ท่านยังคงสวม เสื้อยืดกล้าม กางเกงแบบชาวสวน ทั่วไปส่วนเรื่องเพศตรงข้าม ท่านเป็นที่สนใจแก่ผู้หญิงทั่วไป แต่ท่านก็ยังคงยึดมั่นในการประกอบอาชีพทำมาหากิน โดยไม่ได้ให้ความสนใจแก่ผู้ใดเป็นพิเศษ พระดีศรีสังคม วันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2492เด็กชายคนหนึ่งที่ถือกำเนิดจากแม่สำเภา จั่นเพชร แม่ที่ยากจนแต่มีความรักลูกสุดประมาณ จากวันนั้น . . . จนถึง . . . วันนี้ เด็กยากจนนั้น คือ . . . พระนักเทศน์ผู้มีคุณภาพพระดีศรีสังคม พ่อพระของผู้ยากจน พระผู้ร่ำรวยงาน แต่ยากจนเวลา พระราชธรรมนิเทศ (พระพยอม กัลยาโณ) มูลนิธิสวนแก้ว ในปี 2529 พระพยอม กัลยาโณ จัดตั้ง มูลนิธิสวนแก้วเพื่อช่วยเหลือ บรรเทาทุกข์ ให้แก่เพื่อนมนุษย์โดยไม่คำนึงถึง เชื้อชาติ ศาสนา และสัญชาติ กิจกรรมของ มูลนิธิสวนแก้ว ปัจจุบันนี้มีถึง 18 โครงการ
|







